ทุนมนุษย์แห่งโลกอนาคต

ตีพิมพ์ครั้งแรก: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 28 มี.ค. 2559

ช่วงนี้คนคุยกันหนาหูเรื่องของการเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (Industry 4.0) ของโลกเรา ในอนาคตข้างหน้านี้  หากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เกิดขึ้นจริงในเวลาไม่ถึง 20 ปีข้างหน้า ตามที่รัฐบาลเยอรมันคาดการณ์ไว้ (รัฐบาลเยอรมันคาดการณ์ไว้เมื่อปี 2013 ว่า Industry 4.0 จะเกิดขึ้นภายใน 20 ปีหลังจากตอนนั้น – แต่ก็มีนักวิเคราะห์คนอื่นๆที่บอกว่ามันอาจจะเกิดขึ้นเร็วกว่านั้น)  เด็กที่เกิดใหม่ในช่วงเวลานี้ (รวมถึงตั้งแต่ 3-4 ปีก่อนหน้านี้) จะจบปริญญาตรีออกมาทำงาน ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้พอดี

ทำอย่างไรเด็กของเราจึงจะพร้อมรับมือกับโลกอนาคต?

Industry 4.0 เป็นยุคของ Cyber-Physical Systems, Internet of Things, และ Big Data – หากให้ยกตัวอย่างแบบที่เห็นภาพได้  ให้ลองนึกถึงโรงงานที่อุปกรณ์ต่างๆเชื่อมต่อกันทั้งหมดแบบไร้สาย (Internet of Things) อุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้มี Sensor ที่ทำให้อุปกรณ์แต่ละชนิดสามารถสื่อสาร และทำงานร่วมกันได้เอง (Cyber-Physical Systems) ในกระบวนการของการผลิต  นอกจากนี้ข้อมูลการทำงานและการสื่อสารของอุปกรณ์ต่างๆ (Big Data) จะสามารถถูกเก็บแล้วนำมาวิเคราะห์ประมวลผล เพื่อเลือกนำข้อมูลที่มีประโยชน์มาใช้ในการตัดสินใจ เรื่องสำคัญต่างๆ (เช่น การซ่อมแซม, การเปลี่ยนอุปกรณ์, การพัฒนาระบบการผลิต ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น)

ดังนั้นอย่างน้อยที่สุด เด็กรุ่นนี้จะต้องมีความรู้พื้นฐานด้าน IT และ Programming โดยเด็กอาจไม่ได้เติบโตไปเพื่อเป็น Programmer แต่การเข้าใจหลักการ จะทำให้เขาสามารถมองเห็นภาพได้ว่าระบบต่างๆรอบตัวเขาทำงานอย่างไร  รวมถึงทำให้เขามีพื้นฐานพอที่จะก้าวทันโลกอนาคต ที่มีแนวโน้มจะถูกขับเคลื่อนโดย Technology ใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น

เด็กรุ่นนี้ควรถูกหัดให้ปรับตัวได้เร็ว  ก้าวทันละก้าวได้เร็วกว่า Technology ที่เปลี่ยนแปลง  เนื่องจาก Technology สมัยใหม่นี้จะมาแทนที่การทำงานหลายอย่างของมนุษย์  หลายฝ่ายเริ่มเป็นกังวล ว่าต่อไปมนุษย์จะตกงาน  แต่จริงๆแล้วหากมนุษย์ปรับตัวให้อยู่เหนือ Technology ได้ มนุษย์จะมอง Technology เป็นเครื่องทุ่นแรงทุ่นเวลา เพื่อให้มนุษย์ได้มีเวลาเหลือไปทำสิ่งอื่นๆที่เครื่องจักรทำไม่ได้ เช่น พัฒนาเครื่องจักรให้ทุ่นแรงได้มากขึ้นไปอีก หรือสร้างนวัตกรรมประเภทอื่นๆขึ้นมา  ลองนึกภาพม้าพยศที่มีกำลังแรงกล้ามาก หากเราชักช้าไร้ไหวพริบอาจถูกม้าเตะทำให้หกล้มบาดเจ็บ แต่หากเราสามารถหาทางปีนขึ้นไปขี่และควบคุมม้าตัวนั้นได้ ก็จะใช้ประโยชน์จากม้าแรงเยอะนั้นได้มาก

สุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือเด็กรุ่นนี้ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ และหมั่นพัฒนาตัวเองได้อยู่เสมอ แสวงหาความรู้ใหม่ได้เองโดยไม่ต้องรอให้ใครมาป้อน เปรียบเหมือน Software ที่ Upgrade ตัวเองได้เองแบบ Automatic

การสร้างทุนมนุษย์สำหรับโลกอนาคต เป็นการมอง Trend ในอนาคต แล้วมาปรับภาคการศึกษา ให้ตอบโจทย์ความต้องการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หากการปฏิรูปการศึกษาแบบทั้งระบบทำได้ช้า อาจจะต้องเริ่มที่คนที่พอจะทำได้ก่อน เช่น ครูบาอาจารย์ พ่อแม่ผู้ปกครอง บางท่าน หรือ บางโรงเรียน บางชุมชน

ยุคของ Industry 4.0 เป็นยุคของคนประเภท Technology-savvy, มีความสามารถในการปรับตัวได้เร็ว,

และมีความคิดสร้างสรรค์  หากเด็กที่เกิดในวันนี้ไม่ได้ถูกหัดให้มีทักษะเหล่านี้ ในภายภาคหน้าเราจะไม่มีทุนมนุษย์ที่สามารถตอบโจทย์ Industry 4.0 ได้

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: