Generation ไทย (Gen Thai)

Buddhism, Happiness, Labor Economics, Society

ตีพิมพ์ครั้งแรก: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 3 ธ.ค. 2558

สังคมเราทุกวันนี้ เป็นการอยู่ร่วมกันของคนหลากหลาย Generations ทั้ง Baby Boomers, Gen X, Gen Y และ Gen Z   โดยแต่ละ Gen เกิดและเติบโตมาในช่วงเวลาที่ต่างกัน วิถีชีวิตวัฒนธรรมในแต่ละช่วงเวลา ก็ต่างกัน ทำให้คนแต่ละ Gen มีนิสัยและอะไรๆที่ต่างกันในหลายเรื่อง แต่ต้องมาอยู่ในสังคมเดียวกัน

ในทางเศรษฐศาสตร์ มีแบบจำลองที่น่าสนใจชื่อ Overlapping Generations Model (OLG Model)[1] ซึ่งรูปลักษณะของแบบจำลองจะเน้นไปในเรื่องความสัมพันธ์ของคนต่าง Generations ที่อยู่ร่วมกันในระบบเศรษฐกิจ (Economy)  โดยในช่วงเวลาหนึ่งๆ (เวลา t) จะมีคนต่างรุ่น (เกิดไม่พร้อมกัน) อาศัยอยู่  คนแต่ละรุ่นก็ทำหน้าที่ของตนเอง  มีการจัดสรร ซื้อขายแลกเปลี่ยน เก็บออม ‘สินค้า’ ที่มีอยู่ในระบบ   พอเวลาผ่านไป (เวลา t+1) คนรุ่นที่แก่ที่สุดก็จะตายจากไป คนอายุรุ่นถัดๆมาก็จะอายุมากขึ้น  แล้วก็จะมีคนกลุ่มใหม่เกิดขึ้น และเข้ามาอาศัยร่วมกับคน Gen อื่นๆ ที่อยู่กันมาก่อนหน้าแล้ว  โดย OLG Model ในยุคแรกๆนี้ จำกัดให้คนแต่ละรุ่นที่ยังมีชีวิตอยู่ เลือกตัดสินใจ ในพฤติกรรมต่างๆ โดยคำนึงถึงความสุขความพอใจ (Utility) ของตนเอง  และมีความสุขจากการบริโภค ของตนเองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงคนอื่น

OLG Model ในยุคต่อมาได้ถูกพัฒนาให้สามารถเพิ่ม ‘ความไม่เห็นแก่ตัว’ (Altruism) เข้ามาในแบบจำลองได้[2]  โดยความน่ารักของ OLG Model ในยุคนี้คือ การที่คนแต่ละรุ่นที่ยังมีชีวิตอยู่ ถูกกำหนดให้เลือกตัดสินใจในพฤติกรรมต่างๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงความสุขความพอใจ (Utility) ของตนเอง เท่านั้น แต่ยังคำนึงความสุขความพอใจของคนรุ่นต่อๆมาด้วย  โดยมีความสุขจากการที่เห็นคนรุ่นหลัง มีความสุขด้วย   และคนรุ่นก่อนหน้าสามารถเลือกที่จะ ‘เมตตา’ คนรุ่นต่อๆมา โดยการให้ ‘สิ่งที่มีค่า’ (Bequests) ทิ้งไว้กับคนรุ่นหลังได้ด้วย

มองกลับมาที่ชีวิตจริง คนเราเลือกเกิด (หรือเลือกไม่เกิด) ไม่ได้  และเลือกที่จะหนีความตายไม่ได้ สิ่งเดียวที่คนเราเลือกได้ คือเลือกว่าเราจะทำอะไรบ้างในช่วงที่เรามีชีวิตอยู่   เราสามารถเลือก ที่จะมีความสุขจากการซื้อหาและบริโภคสิ่งของต่างๆที่เราอยากได้   หรือเราสามารถเลือกที่จะมีความสุข จากการได้เห็นคนอื่นมีความสุข และจากการที่ได้มีส่วนร่วมทำให้สังคมดีขึ้น

มันคงจะไม่ได้ผิดถ้าเราเลือกอยากวิ่งไขว่คว้าในสิ่งที่เราอยากได้   แต่เคยสังเกตไหม อยากได้อะไรๆ เมื่อได้มาแล้วก็รู้สึกพอใจได้เพียงสักครู่หนึ่ง อีกไม่นานก็อยากได้อย่างอื่นอีก แล้วก็จะอยากได้ไปอีกเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น เมื่อไม่ได้สิ่งเหล่านั้นมาก็มักจะเป็นทุกข์ ทุกข์จากความไม่พอ

ในทางกลับกัน  เคยรู้สึกดีๆบ้างไหมเมื่อได้ทำสิ่งดีๆเล็กๆน้อยๆให้กับคนอื่นโดยไม่หวังอะไร   เคยรู้สึกดีๆบ้างไหมเมื่อได้มีส่วนร่วมในอะไรสักอย่างที่ทำให้สังคมดีขึ้นหรือทำให้ชีวิตของใครดีขึ้น   สุขแบบนี้เป็นสุขแบบสบายๆ หาได้ง่ายๆโดยไม่ต้องใช้เงินทอง เป็นความสุขที่เกิดจากการให้ เป็นความสุขที่เกิดจากความเมตตา

หากคนทุกๆ Generations เลือกที่จะมีความสุขจากการให้ มากกว่าเลือกที่จะมีความสุขจากการได้รับ   การอยู่ร่วมกันของคนต่าง Gen  หรือแม้แต่คน Gen เดียวกัน ที่คิดไม่เหมือนกัน ก็คงจะราบรื่นขึ้น  แม้ปัญหาหลายๆอย่างของประเทศเราคงต้องใช้เวลาอีกหลาย Generations ในการแก้ไข แต่หากคนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่กันอย่างไม่เห็นแก่ตัว เอาใจเขามาใส่ใจเรา คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน ประเทศเราก็น่าจะพอมีหวัง

เรามาช่วยกันสร้างค่านิยมความเป็น ‘Generation ไทย’ คือ การเป็นคนไทยที่ไม่เห็นแก่ตัว รักชาติและเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง  มีความต้องการจะอยู่ร่วมกับคนไทยด้วยกัน ที่อาจคิดไม่เหมือนกัน ได้อย่างสงบสุข  ต้องการจะเห็นประเทศไทยเจริญก้าวหน้า และต้องการช่วยสร้างคนรุ่นใหม่ที่เก่งและดีที่จะเป็นอนาคตของประเทศชาติต่อไป

เราอยากเห็นอนาคตประเทศไทยเป็นแบบไหนไม่ได้มีใครบังคับ  และเราทุกคน ทุก Generations สามารถเลือกได้ตั้งแต่วันนี้

[1] Allais (1947), Samuelson (1958), Diamond (1965)

[2] Barro (1974), Weil (1987)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s