Womenomics 101

ตีพิมพ์ครั้งแรก: กรุงเทพธุกิจ วันที่ 30 ก.ย. 2558

ช่วงหลังๆนี้คนพูดกันบ่อยถึงคำว่า Womenomics (Women+Economics) คำๆนี้หมายความ ว่าอย่างไร มีที่มาอย่างไร และมีความน่าสนใจอย่างไร จะขอนำมาเล่าให้ฟังในบทความนี้

จริงๆการศึกษาเรื่องของ Gender Study ในเศรษฐศาสตร์ มีมานานแล้ว ส่วนมากมักจะศึกษา บทบาทของผู้หญิงในภาคครัวเรือน ภาคเศรษฐกิจ และภาคสังคม ในหลากหลายมิติ ซึ่งในประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ จะสังเกตได้ถึงบทบาทของผู้หญิงที่เปลี่ยนไป โดยผู้หญิงมีความสำคัญมากขึ้นในเรื่องต่างๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

คำว่า Womenomics มักจะถูกใช้ให้หมายถึง Trend ของการที่ผู้หญิงเข้ามามีบทบาท ในเรื่องต่างๆมากขึ้น ทั้งด้านการบริโภค แรงงาน ธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม (แปลง่ายๆคือ Trend ผู้หญิง “เป็นใหญ่”) โดย Trend ของการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ผู้บริหารภาคส่วนต่างๆ (เจ้าของธุรกิจ ผู้ออกนโยบาย ผู้ออกกฎหมาย) หันมาทำความเข้าใจ และให้ความสำคัญ กับความต้องการและพฤติกรรมของผู้หญิงกันมากขึ้น เนื่องจากต้องการ ส่วนแบ่งตลาด หรือต้องการใช้ประโยชน์จากแรงงาน และความสามารถ ของผู้หญิง เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโต

ผู้เขียนเข้าใจว่าคำว่า Womenomics เริ่มใช้เป็นที่รู้จักในครั้งแรก จากบทความ ของ Goldman Sachs เรื่อง Women-omics: Buy the Female Economy (August 1999)[1] ซึ่งพูดถึงการที่ ประเทศญี่ปุ่น ควรเริ่มหันมาสนใจ Consumer Demand ของผู้หญิง และการเพิ่มการใช้ แรงงานหญิง โดยหากผู้หญิงญี่ปุ่นออกมาทำงานนอกบ้าน พอๆกับผู้หญิง ในประเทศสหรัฐ อเมริกา GDP ของญี่ปุ่นจะสามารถโตขึ้นได้อีก 0.3% ต่อปี

หลังจากนั้นก็มีคนใช้คำนี้ในงานเขียนทั่วๆไป ที่ไม่ใช่งานวิชาการ เช่น บทความ ของนิตยสาร The Economist เรื่อง A Guide to Womenomics (12 April 2006) และหนังสือ Womenomics [Work Less, Achieve More, Live Better] ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2009[2]

ส่วนผู้ที่ทำให้คำว่า Womenomics กลับมาเป็นที่รู้จักแพร่หลายอีกครั้ง ในยุคปัจจุบัน ก็คือนายกรัฐมนตรี Shinso Abe ของญี่ปุ่น ที่ประกาศ แก่ชาวโลกในที่ประชุมสมัชชา สหประชาชาติ ครั้งที่ 68 (26 September 2013) ว่า Womenomics จะเป็นส่วนประกอบ ที่สำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่น โดยนายก Abe สัญญาว่าจะสนับสนุน ให้ผู้หญิงออกมาทำงานนอกบ้านมากขึ้น โดยการสร้างสังคมที่สนับสนุนให้ผู้หญิงสามารถ เติบโตและก้าวหน้าได้ในที่ทำงาน (“Create a society in which women shine”)[3]

Womenomics เป็นเรื่องที่น่าสนใจ โดยแม้ประเทศไทย อัตราการใช้แรงงาน (Labor Force Participation Rate) ของผู้หญิงจะไม่ได้ต่ำมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่น (แต่ยังต่ำกว่า อัตราการใช้แรงงานของผู้ชาย) แต่ช่องว่างด้านรายได้ของชายและหญิง ยังคงมีอยู่ (แม้จะลดลง)[4] การสร้างสังคมที่สนับสนุนให้ผู้หญิงสามารถเติบโตและก้าวหน้าได้ในที่ทำงาน รวมถึงการให้ความสำคัญกับกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง และให้สิทธิความเท่าเทียมแก่ผู้หญิง จึงเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุน เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ จะสามารถเอื้อให้ผู้หญิงไทยได้มีส่วนช่วยในการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยได้เช่นกัน

[1] Kathy Matsui, Hiromi Suzuki, and Yoko Ushio (1999), “Women-omics: Buy the Female Economy,” Goldman Sachs Japan Portfolio Strategy.

[2] Claire Shipman and Katty Kay (2009), “Womenomics [Work Less, Achieve More, Live Better],” HarperCollins Publishers.

[3] http://japan.kantei.go.jp/96_abe/statement/201309/26generaldebate_e.html

[4] Nakavachara, Voraprapa (2010) “Superior female education: Explaining the gender earnings gap trend in Thailand,” Journal of Asian Economics

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: