Underemployment 101

ตีพิมพ์ครั้งแรก: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 3 พ.ค. 2559 อัตราว่างงาน (Unemployment Rate) ล่าสุดที่เพิ่งออกมาของเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 1.04% ตัวเลขนี้บอกอะไร?  การที่อัตราว่างงานของประเทศต่ำนั้นแปลว่า ‘ดี’ จริงหรือไม่?  อยากจะชวนท่านผู้อ่าน มาถกกันในบทความนี้ค่ะ การที่คนจะถูกจัดว่าเป็นคน ‘ว่างงาน’ ได้ คนๆนั้นจะต้อง (i) ไม่มีงานทำ แต่ (ii) กำลังหางาน หรือพร้อมจะทำงาน (ทั้ง (i) และ (ii) ต้องจริง จึงจะจัดว่าเป็น ‘ผู้ว่างงาน’ ได้) เพราะฉะนั้นคนไม่มีงานทำ แต่ไม่ได้ต้องการจะหางานหรือไม่พร้อมจะทำงาน ก็ไม่ถือว่าเป็น ‘ผู้ว่างงาน’  คนจบปริญญาเอก แต่หางานที่ต้องใช้ทักษะตรงกับระดับที่เรียนจบมาไม่ได้ ต้องมาขายล๊อตเตอรี่ก็ไม่ถือว่าเป็น ‘ผู้ว่างงาน’  คนอยากทำงานเต็มเวลาแต่ไม่สามารถหาได้ต้องมารับงานชั่วคราว ก็ไม่ถือว่าเป็น ‘ผู้ว่างงาน’  เพราะฉะนั้นการที่ประเทศไทยมี ‘ผู้ว่างงาน’ จำนวนน้อย หรือมีอัตราว่างงานต่ำ นั้นไม่ได้หมายความว่า สถานการณ์ของตลาดแรงงานของประเทศนั้นจะ ‘ดี’... Continue Reading →

Advertisements

ทุนมนุษย์แห่งโลกอนาคต

ตีพิมพ์ครั้งแรก: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 28 มี.ค. 2559 ช่วงนี้คนคุยกันหนาหูเรื่องของการเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (Industry 4.0) ของโลกเรา ในอนาคตข้างหน้านี้  หากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เกิดขึ้นจริงในเวลาไม่ถึง 20 ปีข้างหน้า ตามที่รัฐบาลเยอรมันคาดการณ์ไว้ (รัฐบาลเยอรมันคาดการณ์ไว้เมื่อปี 2013 ว่า Industry 4.0 จะเกิดขึ้นภายใน 20 ปีหลังจากตอนนั้น – แต่ก็มีนักวิเคราะห์คนอื่นๆที่บอกว่ามันอาจจะเกิดขึ้นเร็วกว่านั้น)  เด็กที่เกิดใหม่ในช่วงเวลานี้ (รวมถึงตั้งแต่ 3-4 ปีก่อนหน้านี้) จะจบปริญญาตรีออกมาทำงาน ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้พอดี ทำอย่างไรเด็กของเราจึงจะพร้อมรับมือกับโลกอนาคต? Industry 4.0 เป็นยุคของ Cyber-Physical Systems, Internet of Things, และ Big Data – หากให้ยกตัวอย่างแบบที่เห็นภาพได้  ให้ลองนึกถึงโรงงานที่อุปกรณ์ต่างๆเชื่อมต่อกันทั้งหมดแบบไร้สาย (Internet of Things) อุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้มี Sensor ที่ทำให้อุปกรณ์แต่ละชนิดสามารถสื่อสาร... Continue Reading →

Generation ไทย (Gen Thai)

ตีพิมพ์ครั้งแรก: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 3 ธ.ค. 2558 สังคมเราทุกวันนี้ เป็นการอยู่ร่วมกันของคนหลากหลาย Generations ทั้ง Baby Boomers, Gen X, Gen Y และ Gen Z   โดยแต่ละ Gen เกิดและเติบโตมาในช่วงเวลาที่ต่างกัน วิถีชีวิตวัฒนธรรมในแต่ละช่วงเวลา ก็ต่างกัน ทำให้คนแต่ละ Gen มีนิสัยและอะไรๆที่ต่างกันในหลายเรื่อง แต่ต้องมาอยู่ในสังคมเดียวกัน ในทางเศรษฐศาสตร์ มีแบบจำลองที่น่าสนใจชื่อ Overlapping Generations Model (OLG Model)[1] ซึ่งรูปลักษณะของแบบจำลองจะเน้นไปในเรื่องความสัมพันธ์ของคนต่าง Generations ที่อยู่ร่วมกันในระบบเศรษฐกิจ (Economy)  โดยในช่วงเวลาหนึ่งๆ (เวลา t) จะมีคนต่างรุ่น (เกิดไม่พร้อมกัน) อาศัยอยู่  คนแต่ละรุ่นก็ทำหน้าที่ของตนเอง  มีการจัดสรร ซื้อขายแลกเปลี่ยน เก็บออม ‘สินค้า’ ที่มีอยู่ในระบบ   พอเวลาผ่านไป (เวลา t+1) คนรุ่นที่แก่ที่สุดก็จะตายจากไป... Continue Reading →

ผู้หญิงไทยในบริบทใหม่ (New Normal)

ตีพิมพ์ครั้งแรก: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 2 พ.ย. 2558 ในช่วงปีนี้ เรื่องของเศรษฐกิจไทยภายใต้บริบทใหม่ (New Normal) เป็นที่พูดถึงกันมากในสังคม นักเศรษฐศาสตร์    กล่าวโดยสรุปคือการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศหลายเรื่อง ทำให้เศรษฐกิจไทยไม่เหมือนเดิม และความไม่เหมือนเดิมนี้จะมีแนวโน้มต่อเนื่อง จนเราต้องยอมรับว่ามัน คือความปกติ ‘ใหม่’ ที่เกิดขึ้น    โดยท่านอดีตผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทย ได้สรุปเรื่อง New Normal ของเศรษฐกิจไทยว่า เป็นเรื่องของเศรษฐกิจ ที่โตช้าลง การค้าต่างประเทศที่ชะลอตัวลง อัตราเงินเฟ้อที่ ต่ำลง ระบบการเงินโลกที่มีความ เชื่อมโยงมากขึ้น และสัดส่วนของผู้สูงอายุที่มากขึ้น[1] อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาที่ผ่านมา นอกเหนือจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว อาจยังมีเรื่องอื่นๆอีก ที่เปลี่ยนแปลงไป จนน่าจะยอมรับได้ว่าเป็นเรื่องความปกติ ‘ใหม่’ เช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ คุณลักษณะของผู้หญิงไทยที่เปลี่ยน แปลงไป ผู้หญิงไทยภายใต้บริบทใหม่ (New Normal) เป็นอย่างไร จะขอสรุปให้ดังนี้ค่ะ… ผู้หญิงไทยมีการศึกษามากขึ้น ในช่วงเวลาที่ผ่านมา อัตราการอ่านออกเขียนได้ (Literacy Rate) ของผู้หญิงที่เคยต่ำว่าผู้ชาย... Continue Reading →

Womenomics 101

ตีพิมพ์ครั้งแรก: กรุงเทพธุกิจ วันที่ 30 ก.ย. 2558 ช่วงหลังๆนี้คนพูดกันบ่อยถึงคำว่า Womenomics (Women+Economics) คำๆนี้หมายความ ว่าอย่างไร มีที่มาอย่างไร และมีความน่าสนใจอย่างไร จะขอนำมาเล่าให้ฟังในบทความนี้ จริงๆการศึกษาเรื่องของ Gender Study ในเศรษฐศาสตร์ มีมานานแล้ว ส่วนมากมักจะศึกษา บทบาทของผู้หญิงในภาคครัวเรือน ภาคเศรษฐกิจ และภาคสังคม ในหลากหลายมิติ ซึ่งในประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ จะสังเกตได้ถึงบทบาทของผู้หญิงที่เปลี่ยนไป โดยผู้หญิงมีความสำคัญมากขึ้นในเรื่องต่างๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ คำว่า Womenomics มักจะถูกใช้ให้หมายถึง Trend ของการที่ผู้หญิงเข้ามามีบทบาท ในเรื่องต่างๆมากขึ้น ทั้งด้านการบริโภค แรงงาน ธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม (แปลง่ายๆคือ Trend ผู้หญิง “เป็นใหญ่”) โดย Trend ของการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ผู้บริหารภาคส่วนต่างๆ (เจ้าของธุรกิจ ผู้ออกนโยบาย ผู้ออกกฎหมาย) หันมาทำความเข้าใจ และให้ความสำคัญ กับความต้องการและพฤติกรรมของผู้หญิงกันมากขึ้น เนื่องจากต้องการ ส่วนแบ่งตลาด... Continue Reading →

หาก โรบินสัน ครูโซ มาติดเกาะที่มัลดีฟส์

Robinson Crusoe’s Economy @Maldives ท่านคงเคยได้ยินเรื่องราวของ โรบินสัน ครูโซ (Robinson Crusoe) [1] ใช่ไหมคะ โรบินสัน ครูโซ เป็นนิยายที่เขียนโดย แดเนียล ดีโฟ (Daniel Defoe) เกี่ยวกับนักเดินเรือชาวอังกฤษที่ต้องไปติดเกาะร้างกลางมหาสมุทรอยู่หลายปี โดยช่วงปีท้ายๆที่อยู่บนเกาะ โรบินสันได้ช่วยเหลือเด็กพื้นเมืองคนหนึ่งให้รอดชีวิตจากการถูกคนป่าฆ่าจับกินเป็นอาหาร เด็กคนนี้เลยมาใช้ชีวิตอยู่เป็นเพื่อนและผู้รับใช้ให้กับโรบินสัน โดยโรบินสันได้ตั้งชื่อเด็กคนนี้ว่า Friday เนื่องจากวันศุกร์เป็นวันที่โรบินสันเจอเด็กคนนี้นั่นเอง รีสอร์ทที่ดิฉันไปพักที่มัลดีฟส์มีคอนเซปต์เก๋ไก๋อยู่ว่า แขกแต่ละกรุ๊ปที่ไปพักจะได้รับการจัดสรร “Mr. Friday” ให้หนึ่งคน โดย “Mr. Friday” ก็คือ บัตเลอร์ (Butler) ที่จะคอยดูแลความเรียบร้อยเรื่องที่พัก อาหาร และกิจกรรมต่างๆ ให้กับแขกของรีสอร์ทตลอดระยะเวลาที่อยู่บนเกาะ เมื่อเข้ามาในห้องพักแล้วทางรีสอร์ทยังมีหนังสือนิยาย โรบินสัน ครูโซ วางไว้ให้อ่านเล่นอีกด้วย ประมาณว่าคงอยากจะให้แขกที่มาพักรู้สึกอินกับบรรยากาศชาวเกาะท่ามกลางธรรมชาติ เหมือนกับตอนที่โรบินสัน มาติดเกาะร้างกลางทะเลฉันใดฉันนั้น (เพียงแต่ในการพักผ่อนของเราทางรีสอร์ทมีอุปกรณ์โน่นนี่ให้ใช้ ไม่ต้องลำบากจริงๆอย่างโรบินสัน)   One-Palm Island ดิฉันเริ่มอินกับบรรยากาศชาวเกาะและเรื่องราวของโรบินสัน ด้วยความที่ดิฉันไม่ได้เป็นนักวรรณกรรมแต่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ ทำให้ดิฉันไม่ได้นึกถึงผลงานต่างๆของ... Continue Reading →

ทำไมจึงมีคนโสดอยู่มากมาย?

Search and Matching หากคุณใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งคุยนั่งเสวนากับสาวโสดวัยสามสิบเศษๆ หัวข้อที่ดูจะหลีกเลี่ยงไม่ได้คงจะเป็นเรื่องความยากในการหาแฟน บ้างก็บ่นว่าผู้ชายดีๆน่ะไม่มีเหลือเสียแล้ว บ้างก็บอกว่าพวกดีๆน่ะก็พอมีอยู่แต่ดูจะเรื่องมากเลือกมาก เป็นพวกกลัวการผูกมัด เป็นพวกกลัวขาดอิสรภาพ เป็นพวกบ้างาน ไม่เช่นนั้นก็มีปัญหาโน่นนี่มากมาย จริงๆแล้วกระบวนการหาแฟนในตลาดของคนโสดมีความคล้ายกันกับกระบวนการหางานในตลาดแรงงานมากทีเดียว วัตถุประสงค์ก็คล้ายกันนั่นคือการ “หาคู่” ให้กับสิ่งที่เหมาะสมกัน นักเศรษฐศาสตร์ได้คิดค้น “ทฤษฎีการค้นหาและจับคู่“ (Search and Matching Theory) เพื่ออธิบายการค้นหาและจับคู่ในตลาดแรงงานระหว่างผู้หางานกับผู้จ้างงาน ซึ่งทฤษฎีนี้สามารถนำมาใช้อธิบายการค้นหาและจับคู่ในตลาดของคนโสดระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงได้ด้วย[1]  โดยเมื่อปี 2010 ปีเตอร์ ไดมอนด์ (Peter Diamond) เดล มอร์เทนเซน (Dale Mortensen) และ คริสโตเฟอร์ พิสซาไรด์ส (Christopher Pissarides) ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์[2]  สำหรับงานวิจัยที่พวกเขาทั้งสามได้คิดค้นขึ้นเกี่ยวกับทฤษฎีการค้นหาและจับคู่นี้[3]  ทฤษฎีนี้อธิบายว่า ทำไมในสังคมที่มีผู้ว่างงานซึ่งหางานไม่ได้จึงมีผู้จ้างงานที่หาลูกจ้างไม่ได้ในขณะเดียวกัน ก็คงจะคล้ายกับเหตุผลของการที่ในสังคมมีผู้ชายโสดที่หาแฟนไม่ได้และก็มีผู้หญิงโสดที่หาแฟนไม่ได้ในขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์อธิบายว่าการ “หาคู่” ในตลาดนั้นมักจะมี “อุปสรรค” (Frictions) จึงทำให้การหาคู่เป็นไปได้ยาก อุปสรรคอย่างแรกคือมนุษย์มีคุณลักษณะที่ต่างกัน (Heterogeneity) หากคุณเข้าไปในตลาดขายผัก หรือตลาดขายทอง คงจะไม่ยากนักที่คุณจะสามารถซื้อผักคะน้าหนึ่งกิโลหรือทองคำแท่งสิบบาทได้ หากแต่การที่มนุษย์แต่ละคนมีคุณลักษณะที่ต่างกันอย่างลึกซึ้ง... Continue Reading →

WordPress.com.

Up ↑